จัดเตรียมเครื่องมือและปรับพื้นที่ที่จะทำงานเจาเสาเข็ม

ในการจะขุดเจาะเสาเข็มนั้น เริ่มแรกควรจะมีช่างผู้ชำนาญการไปตรวจสอบพื้นที่ทำงานจริงเพื่อเป็นการประเมินและแนะนำการปรับพื้นที่ทำการงานให้เหมาะสมและสะดวกในการทำงานและจัดเตรียมเครื่องมือให้เหมาะสมกับสภาพหน้างานจริง หากเป็นอาคารที่มีเพดานเก่าอยู่ ควรจะมีความสูงไม่ต่ำกว่า 3 เมตร และถ้าหากมีอาคารข้างเคียงควรมีการจัดทำรั้วกั้นเศษดินและโคลนเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการกระทบกระเทือนโดยตรงแก่อาคารข้างเคียง โดยรั่วที่ดีนั้นควรจะสูงประมาณ 6-10 เมตร และควรกันเป็นบริเวณรอบไซด์งาน

การวางตำแหน่งเสาเข็มเจาะนั้น หากเป็นอาคารที่มีรั้วรอบอยู่แล้ว ควรจะมีการวางตำแหน่งให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 70 ซม. เพื่อที่เครื่องมือจะสามารถมีพื้นที่ทำงานได้ และหากเป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับมุมผนัง 2 ด้าน ควรที่จะวางตำแหน่งการเจาะให้ห่างจากมุมประมาณ 120 ซม. โดยประมาณ การวางตำแหน่งที่ดีนั้น ควรหลีกเลี่ยงวางตำแหน่งไปทับกับตัวโครงสร้างเก่าของอาคารเดิม

นำเครื่องมือสามขา (Tripod Rig) เข้าตำแหน่งที่จะทำการเจาะ

การติดตั้งสามขา (Tripod Rig) ให้ตรงกับตำแหน่งที่จะทำการเจาะเสาเข็มเมื่อตรวจสอบตำแหน่งถูกต้องแล้ว ใช้ลูกตุ้มน้ำหนักขนาดประมาณ 700 - 800 กิโลกรัม เจาะนำก่อนประมาณ 1 เมตร ลงปลอดเหล็ก (Casing) ตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเสาเข็มให้ตรงตามตำแหน่งที่กำหนดไว้โดยใช้เครื่องมือสามขา และใช้ลูกตุ้มตอกปลอกเหล็กที่มีความยาวท่อนละ 1.20 - 1.50 เมตร ลงดิน โดยปลอดเหล็กแต่ละท่อนจะต่อกันด้วยเกลียว การต่อปลอกเหล็กนั้นควรจะต่อปลอกลงไปในดินให้เพียงพอที่จะป้องกันชั้นดินอ่อนพังทลายลงมาในหลุมเจาะ โดยทั่วไปจะต่อปลอดเหล็กถึงชั้นดินแข็งปานกลาง (Medium Clay) ในขณะลปลอดเหล็กนั้น จะทำการตรวจวัดค่าความเบี่ยงเบนแนวราบ และแนวดิ่งเป็นระยะ โดยค่าความเบี่ยงเบนที่ยอมให้คือ

ความเบี่ยงเบนแนวราบ 5 เซนติเมตร สำหรับเสาเข็มเดี่ยว
ความเบี่ยงเบนแนวราบ 7 เซนติเมตร สำหรับเสาเข็มกลุ่มเดี่ยว
ความเบี่ยงเบนแนวดิ่ง 1 : 100 โดยรวม

การขุดเจาะเสาเข็มด้วยกระเช้าเก็บดิน (Bucket)

เมื่อทำการต่อปลอกเหล็ก (Casing) ป้องกันการบีบและพังทลายของดินเรียบร้อยแล้วก็ทำการใช้กระเช้าเก็บดินที่มลิ้นปิดเปิดที่ปลายปลอก และชนิดที่ไม่มีลิ้นปิดทำการเก็บดินขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงชั้นดินแข็งปนทราย โดยควรที่จะหยุดเจาะก่อนที่จะถึงชั้นน้ำใต้ดินเพื่อหลีกเลี่ยงกรณีน้ำไหลเข้าหลุมเจาะ เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของเสาเข็มต้นนั้นลดลงความลึกโดยทั่วไปในกรุงเทพมหานครนั้น จะอยู่ที่ความลึกประมาณ 17 - 21 เมตร

การลงเหล็กเสริม

เมื่อทำการเจาะจนได้ระดับความลึกตามมาตรฐานแล้ว จึงนำเหล็กเสริมใส่ลงไปในหลุมเจาะ โดยแบบโครงเหล็กที่ใช้ควรมีมารฐาน (ว.ส.ท.1008)ตามที่วิศวกรผู้ออกแบบเป็นผู้กำหนด (แบบโครงสร้างเหล็กมาตรฐานของเสาเข็มเจาะ)ความยาวเหล็กเสริมควรมีความยาวตลอดหลุมเจาะ และยกลอยจากก้นหลุมประมาณ 50 ซม. ปริมาณเหล็กเสริมยืนนั้น ไม่ควรต่ำกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่หน้าตัดเสาเข็มทั้งนี้เหล็กเสริม ที่นำมาใช้นั้นควรใช้เหล็กที่มีมาตรฐาน โดยใช้เหล็กเสริมยืนขั้นต่ำควรใช้เหล็กกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม.และระยะห่างระหว่างปลอกไม่เกิน 20 ซม.ในแต่ละช่วงของเหล็กเสริมควรใส่ ลูกหนุน (Spacer) ที่ทำจากวัสดุที่ทนทาน เช่น ปูนหล่อทรายหรือคอนกรีตหล่อ ซึ่งมีกำลังความแข็งแรงสูง และต้องไม่เป็นาเหตุทำให้เหล็กเสริมผุกร่อน ระยะหุ้ม (Covering) สำหรับเหล็กเสริมยืนจะต้องมีคอนกรีตหุ้มไม่น้อยกว่า 75 มม.

การเทคอนกรีต

คอนกรีตที่ใช้สำหรับเสาเข็มเจาะนั้น จะต้องเป็นคอนกรีตชนิดพิเศษที่เหมาะสำหรับการทำเสาเข็มเจาะเท่านั้น โดยค่าความแข็งแรงของคอนกรีต (Compressive Strength) ควรอยู่ระหว่าง 210 - 280 Cylinder หากเป็นไปได้ ควรทำการเทคอนกรีตผ่านกรวยเทคอนกรีตหล่นตรงกลางรูเจาะกันการแยกตัวของคอนกรีต และเพื่อให้คอนกรีตเกิด Self Compaction จึงกำหนดให้คอนกรีตมีค่า Slump Test อยู่ในช่วง 10.00 - 12.50 เซนติเมตร การเทคอนกรีตนั้นจะเทคอนกรีตจนเต็มหรือเกือบเต็มหลุมเจาะก่อนทำการถอนปลอกเหล็ก ซึ่งจะทำให้คอนกรีตมีความต่อเนื่องและขณะถอนปลอกเหล็กจะมองเห็นสภาพการยุบตัวของคอนกรีตได้ชัดเจน ทำให้มั่นใจได้ว่าเสาเข็มมีความสมบูรณ์ตลอดความยาวการเทคอนกรีตจนเต็มหรือเกือบเต็มหลุมเจาะนี้แม้แต่เป็นข้อดี แต่จะกระทำได้สำหรับเสาเข็มเจาะที่เจาะดินไม่ผ่านชั้นทรายชั้นแรกเท่านั้น เพราะหากต้องเจาะผ่านชั้นทรายชั้นแรกจำเป็นต้องลงปลอกเหล็กยาวลงไปกันชั้นทราย (ปลอกเหล็กมีความยาวมากกว่า 20.00 เมตร) การเทคอนกรีตขึ้นมามากเกินไป จะทำให้ไม่สามารถถอนปลอกเหล็กขึ้นได้เพราะกำลังเครื่องจักรไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงต้องทำการเทคอนกรีตและถอนปลอกเหล็กกันดินเป็นช่วงๆ กรณีเช่นนี้ควรมีวิศวกรที่ชำนาญงานคอยตรวจเช็คระดับคอนกรีตภายใลอกเหล็กตลอดเวลาที่ดำเนินการถอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการไหลดันของดินและน้ำเข้ามา จำทำให้เสาเข็มคอดหรือขาดออกจากกัน และเมื่อทำการเทคอนกรีตเสร็จสิ้น ทีมงานจะต้องทำการล้างเศษดินที่อาจจะติดที่ล้อรถขนส่งคอนกรีตหรือพื้นที่บริเวณงานให้เรียบร้อย

การถอนปลอกเหล็ก

การถอนปลอกเหล็กด้วยรอกพวง จะต้องเทคอนกรีตให้มีระดับสูงกว่าปลอกชั่วคราวพอสมควรจึงจะเริ่มถอดปลอกเหล็กขึ้น โดยปรกติขณะถอดปลอกควรให้คอนกรีตอยู่ในปลอกเหล็กไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นดินอ่อนบีบตัว ซึ่งจะทำให้ขนาดเข็มเปลี่ยนไป และเป็นการป้องกันไม่ให้น้ำใต้ดินซึมผ่านเข้าไปในรูเจาะขนาดถอนปลอกเหล็ก หากคอนกรีตมีการยุบตัว จะต้องเติมคอนกรีตเพิ่ม ระดับคอนกรีตที่เทเพิ่มจะเผื่อให้สูงกว่าหัวเสาเข็มที่ต้งการไม่น้อยกว่า 0.50 เมตรเพื่อสกัดคอนกรีตที่มีเศษดินร่วงหล่นลงขณะถอนปลอกเหล็กในระหว่างการถอดปลอกเหล็กจะทำการอัดลมลงในหลุมเจาะ เพื่อทำให้คอนกรีตแน่นตัว

การดำเนินการขุดเจาะเสาเข็มต้นต่อไป

เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำเสาเข็มเจาะ ผู้ควบคุมงานจะทำการเขียนกำกับหมายเลขเสาเข็ม วัน เวลาที่เจาะ การเทคอนกรีต ความคลาดเคลื่อนของเสาเข็ม ระยะเบี่ยงเบนในแนวดิ่ง และทำการจดบันทึกอุปสรรคหรือเหตุการณ์ผิดปรกติทุกอย่างระหว่างทำเสาเข็ม เพื่อส่งให้ผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรผู้ออกแบบดำเนินการต่อไป จากนั้นจึงทำเสาเข็มต้นต่อไป โดยเสาเข็มต้นต่อไปต้องอยู่ห่างจากเสาเข็มที่เพิ่งทำแล้วเสร็จ ไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็ม หรือใกล้เคียงเสาเข็มต้นเดิมที่ทแล้วเสร็จ ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง

 

 





เข็มเจาะ บอร์ไพล์
เข็มเจาะ ระบบแห้ง
เข็มเจาะ เข็มเจาะ
เสาเข็ม เข็มเจาะ
เสาเข็มเจาะ ภาคอีสาน
เสาเข็มเจาะ ภาคเหนือ
เสาเข็มเจาะ ภาคใต้
เสาเข็มเจาะ ภาคกลาง
เสาเข็มเจาะ กรุงเทพ
Dry Process
ทำเสาเข็มเจาะ
เข็มเจาะ
เสาเข็มเจาะ
เสาเข็ม
ตอกเสาเข็ม

เสาเข็ม เสาเข็มเจาะ เข็มเจาะ ตอกเสาเข็ม ราคาเสาเข็ม เสาเข็มไอ การตอกเสาเข็ม รับทำเสาเข็ม ราคาตอกเสาเข็ม เสาเข็มเจาะระบบแห้ง เสาเข็มตอก ราคา เสาเข็ม เจาะ รับเสาเข็ม เจาะ เสาเข็ม จำหน่ายเสาเข็ม เสาเข็ม ตอกเสาเข็ม เข็ม เจาะแห้ง ตอกเสาเข็มเจาะ